
(เสด็จผ่านประตู
4 เพื่อเข้าเยี่ยมชมกิจการภายในทัณฑสถานฯ )
จดหมายเหตุ
ถ้าจะกล่าวถึงเหตุการณ์ในอดีตของประเทศที่ผ่านมา การที่บุคคล ภายนอกหรือสื่อต่างๆ
ที่เข้ามาในเรือนจำหรือทัณฑสถานเพื่อเยี่ยมชมกิจกรรมต่างๆ นั้น ย่อมเป็นไปได้ด้วย
ความยากลำบาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นกษัตริย์หรือเชื้อพระวงศ์แล้วแทบ
จะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเข้า อาจสืบเนื่องจากระบบความเชื่อหรือความรู้สึกนึกคิด
ของสังคมภายนอก มักจะมองงานคุก งานตะรางเป็นงานที่สกปรกงานที่น่ารังเกียจ
มีความป่าเถื่อน มีสภาพไม่น่าอภิรมย์ ประกอบกับความไม่มั่นใจในระบบการป้องกัน
และรักษาความปลอดภัย แต่เหตุการณ์เมื่อวันที่ 15 ของเดือนตุลาคม พุทธศักราช
2546
เป็นเรื่องที่ควรบันทึกไว้บนอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ชาติไทย และสร้างความปลาบปลื้ม
ให้กับพสกนิกรชาวไทยเป็นอย่างมาก ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ทิศทางหรือทัศนคติมุมมอง
ต่อผู้ต้องราชทัณฑ์เสียใหม่ว่าเป็นกลุ่มที่ด้อยโอกาสทางสังคมที่ทุกคน
ทุกภาคไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ
สถานประกอบการและภาคเอกชนจำเป็นจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการบำบัด ฟื้นฟู
หรือเยียวยา
ให้พวกเขาเหล่านั้นโดยเฉพาะเตรียมความพร้อมทางด้านความรู้ การฝึกทักษะวิชาชีพ
การขัดพฤตินิสัยให้เป็นบุคคลที่มีคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ ซึ่งพวกเขาเหล่านั้น
ล้วนแต่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของคนไทยควรจะได้รับการเหลียวแลหรือการขัดเกลาพัฒนา
พฤตินิสัยให้เป็นพลเมืองที่ดีและมีคุณประโยชน์แก่สังคม และประเทศต่อไป

(นายพงษ์เทพ
เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
และนายนที จิตสว่าง อธิบดีกรมราชทัณฑ์นำเสด็จชมนิทรรศการการสึกษาและการฝึกวิชชีพแก่ผู้อต้งขังภายในทัณฑสถาน)
ในที่สุดเหตุการณ์ครั้งสำคัญก็มาถึง
ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ได้เสด็จเข้าเยี่ยมชมและติดตามความก้าวหน้าของโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศ
ตามพระราชดำริ ฯ ซึ่งทัณฑสถานบำบัดพิเศษเป็นทัณฑสถานหนึ่งที่ได้รับพระราชทาน
คอมพิวเตอร์จำนวน 20 เครื่อง ในปี 2543 สำหรับการฝึกอบรมวิชาชีพคอมพิวเตอร
์ให้แก่ผู้ต้องขัง ในขณะนั้นโดยการนำของท่านผู้อำนวยการโสภณ ธิติ-ธรรมพฤกษ
์ เห็นควรให้ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลางจัดทำห้องสมุดรวมใจถวายพระพรขึ้น
ณ ฝ่ายปกครองแดน 1 ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำหรับการจัดการศึกษาในทัณฑสถานฯ
ให้แก่ผู้ต้องขัง อนึ่ง สภาพของผู้ต้องขัง ที่กระทำผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติด
ให้โทษฯ ส่วนใหญ่มีการศึกษาอยู่ในระดับต่ำ อีกทั้งยังขาดสื่อ กลางในการศึกษา
หาความรู้ด้วยตนเอง ดังนั้นห้องสมุดจึงถือเป็นสื่อกลางสำหรับการศึกษาหาความร
ู้ และการส่งเสริมการอ่านให้แก่ผู้ต้องขังตลอดระยะเวลาที่พวกเขาต้องราชทัณฑ
์อีกแนวทางหนึ่ง

(สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารีทรงเสด็จทอดพระเนตรการดำเนินงานห้องสมุดฯ)
โดยได้มอบหมายให้นางฑิฆัมพร
วิเชียรเชื้อผู้อำนวยการส่วนพัฒนาผู้ต้องขังเป็นประธานในการดำเนินการ
ซึ่งได้มีการประชุมร่วมกันภายในทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง และมีนายสมศักดิ์
ยุทธโอภาส หัวหน้าฝ่าย
การศึกษาและพัฒนาจิตใจ เป็นเลขานุการ มติที่ประชุมเห็นชอบให้นายธนภณ
หว่างสกุล เจ้าหน้าบริหาร
งานราชทัณฑ์ 6 ปฏิบัติหน้าที่ประจำงานการศึกษา รับผิดชอบในการดำเนิน
การจัดทำและประสาน
กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการจัดทำห้องสมุดขึ้น แต่เดิมห้องสมุดทัณฑสถานมีรูปแบบการจัดตาม
ความสะดวกใช้ จะเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เข้ารับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12
ปี ระยะแรกในการเตรียม
การได้ศึกษาดูงานและขอรับคำแนะนำจากห้องสมุดพร้อมปัญญาเรือนจำอำเภอธัญบุรี
ห้องสมุด
คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกรมการศึกษานอกโรงเรียน ทั้งนี้เพื่อขอรับคำแนะนำ
ในการดำเนินงาน การวางแผนงาน การจัดทำระบบการจัดเก็บและการสืบค้นหนังสือโดยใช้ระบบ
ดิวอี้รวมทั้งประสานความร่วมมือไปยังห้องสมุดมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
ในการจัดทำ
ระเบียบการใช้ห้องสมุด ต่อมาได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์และคัดเลือกผู้ต้องขังที่มีความประพฤติดี
มีความก้าวหน้าทางการศึกษา มีความสมัครใจ จำนวน 20 คน เพื่อดำเนินการจัดทำและปรับปรุง
ห้องสมุดเสร็จตามเป้าหมาย

(สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี เสด็จเข้าเยี่ยมชมห้อเรียนสายสามัญศึกษา )
และในวันนั้นทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลางได้รับพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมาร
ีเข้าเยี่ยมชมกิจการงานในทัณฑสถานฯ โดยพระองค์ทรงเสด็จเข้าชมการเรียนการสอนของระดับผู้ไม่รู้หนังสือก่อน
พร้อมทั้งทรงสอบถามผู้ต้องขังเกี่ยวกับการเรียนการสอน จากนั้นได้ทรงเสด็จเข้าชมห้องคอมพิวเตอร์ที่พระองค์
ทรงพระราชทาน และได้ทรงกล่าวกับเจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้สอนถึงสภาพ ความทันสมัย
และการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์
์ของผู้ต้องขังหลังจากนั้นได้ทรงเสด็จเข้าชมห้องสมุดรวมใจถวายพระพรซึ่งขณะนั้นนายธนภณ
หว่างสกุลเจ้าหน้าที่
บริหารงานราชทัณฑ์ระดับ 6 ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่บรรณารักษ์ถวายรายงานการจัดทำและจำนวนทรัพยากร
การเข้าใช้ห้องสมุดของผู้ต้องขัง และติดตามเสด็จในการเยี่ยมชมการจัดดำเนินงานห้องสมุดและพระองค์ทรงตรัสถาม
ถึงที่มาของหนังสือ ได้ถวายรายงานว่าหนังสือดังกล่าวได้รับมาจากกรมราชทัณฑ์
ส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งได้
จากกรมการศึกษานอกโรงเรียน สถานประกอบการภายนอกและผู้ต้องขังจากโครงการแบ่งหนังสือจากเพื่อนสู่เพื่อน
ซึ่งพระองค์ ทรงพอพระทัยในการดำเนินงานห้องสมุดเป็นอย่างยิ่ง

(สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดเยี่ยม ก่อนที่พระองค์จะเสด็จกลับ)
ทัณฑสถานฯ ได้เห็นความสำคัญและขอน้อมพระกระแสรับสั่งในการดำเนินการพัฒนา
ปรับปรุงห้องสมุดให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานตั้งแต่ปีพ.ศ. 2547 โดยได้รับการ
ประสานความร่วมมือ เป็นอย่างดี ทั้งภายในและเครือข่ายทวิภาคีที่เกี่ยวข้องต่างๆ
รวมทั้งผู้ต้องขังที่อาสามาสมัครเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาการบิหารจัดการห้องสมุด
ซึ่งการพัฒนาไม่ได้หยุดยั้งแค่การพัฒนาห้องสมุดเพียงอย่างเดียวแต่ก็พยายามที่จะให้
เข้าถึงกลุ่มผู้ต้องขังต่างๆอย่างทั่วถึง
โดยการพัฒนาห้องสมุดสาขา การจัดทำ
โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ และในที่สุดห้องสมุดทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง
ได้ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2549 และได้รับพระราชทานชื่อเป็น
ห้องสมุดพร้อมปัญญา ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง จวบจนทุกวันนี้
โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี

|