ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลางมีภารกิจในการควบคุมผู้ต้องขังที่กระทำผิดตามพระราชบัญญัติ
ยาเสพติดให้โทษฯ กว่า 5,000 คน และยังมีภารกิจที่สำคัญประการหนึ่ง คือ การพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังให้กลับตนเป็นพลเมืองที่ดีมีคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ ด้วยรูปแบบที่หลากหลายโดยเฉพาะการนำภาคีเครือข่ายภายนอกเข้ามามีส่วนร่วม อาทิ การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปี การฝึกทักษะวิชาชีพ
การจัดการอาชีวศึกษา และการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา รวมทั้งการพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ เป็นต้น
เมื่อพิจารณาถึงสภาพผู้กระทำผิดพบว่า ส่วนใหญ่อายุ 18 – 45 ปี ดังนั้น รูปแบบการพัฒนา
พฤตินิสัยรูปแบบหนึ่งที่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายดังกล่าว และเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศว่า “กิจกรรมการอบรมลูกเสือเป็นกระบวนการพัฒนาบุคคลให้มีศักยภาพที่สมบูรณ์ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง สังคมและประเทศชาติ” ซึ่งได้บรรจุวิชาลูกเสือเข้าประกอบเป็นหลักสูตรของการศึกษาทุกระดับ ทั้งนี้เพื่อฝึกอบรมและพัฒนาให้เยาวชนเป็นคนดี
มีระเบียบวินัย สร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์แก่สังคม
ทัณฑสถานฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า กิจกรรมลูกเสือเป็นกิจกรรมที่เกิดประโยชน์แก่ผู้ต้องขังโดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลูกฝังให้ผู้ต้องขังมีระเบียบวินัย มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อีกทั้งยังให้ผู้ต้องขังมีความรู้ และได้รับการพัฒนาตนให้สามารถเข้ากับบุคคลอื่นๆ ในสังคมได้ ประกอบกับการจัดการศึกษาขึ้นพื้นฐาน 12 ปี สถานศึกษาจะต้องมีกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้เรียน ดังนั้นทัณฑสถานฯ จึงจัดโครงการฝึกอบรมวิชาผู้กำกับลูกเสือวิสามัญ ขั้นความรู้เบื้องต้น (B.T.C.) ขึ้น ซึ่งได้รับการสนับสนุน ทั้งด้านหลักสูตร วิทยากร และอุปกรณ์ในการฝึกที่ดีตลอดมาจากสำนักคณะกรรมการลูกเสือกรุงเทพมหานคร สำนักการศึกษา สำนักงานเขตจตุจักร ตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา และการจัดทำโครงการในครั้งนี้มุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรมลูกเสือจะเป็นกระบวนการที่สามารถขัดเกลาพิจารณาถึงความผิดพลาดของตนเอง และเตรียมความพร้อมด้านจิตใจที่เข้มแข็ง และมีขวัญกำลังใจในการพัฒนาความรู้ ทักษะวิชาชีพให้แก่ตนเอง เพื่อเป็นพลเมืองที่มีคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติต่อไปเมื่อกลับคืนสู่สังคมใหม่ รวมทั้งเป็นมาตรการป้องกันและรักษาความปลอดภัยให้แก่สังคมอีกแนวทางหนึ่ง
- วัตถุประสงค์
- เพื่อใช้กระบวนการทางลูกเสือ บำบัด และฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้ต้องขังให้มีความสมบูรณ์ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม
- เพื่อให้ผู้ต้องขังรู้จักบทบาทและหน้าที่ความรับผิดชอบของตนเองในฐานะเป็นสมาชิก
ของสังคม อาทิ ครอบครัว หน้าที่การงาน สังคม เป็นต้น รวมทั้งสร้างระเบียบ วินัยให้แก่ตนเอง รู้จักเสียสละบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมและสังคม
- เพื่อให้ผู้ต้องขังรู้จักพิจารณาตนเองถึงความผิดพลาด ทั้งทางด้านการกระทำ และการดำเนินชีวิตที่ผ่านมา ทั้งนี้เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจ และขจัดความบกพร่องของตนเอง
- เพื่อเสริมสร้างทักษะในการทำงานเป็นทีม ฝึกการเป็นผู้นำ และผู้ตามที่ดี รวมทั้งการฝึกแก้ไขปัญหาในภาวะฉุกเฉินหรือสถานการณ์เฉพาะหน้า
- เพื่อเผยแพร่กิจการลูกเสือวิสามัญให้กว้างขวางขึ้นโดยเฉพาะการใช้วิชาการลูกเสือ เพื่อการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง ให้สามารถกลับตนเป็นพลเมืองที่ดี มีคุณค่าต่อสังคมต่อไป
- เป้าหมาย
ผู้ต้องขังที่เข้ารับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปี ของศูนย์การเรียนชุมชนเขตบางเขน อายุ 18 – 25 ปี จำนวน 2 รุ่นๆ ละ 40 คน รวมทั้งสิ้น 80 คน
- พื้นที่ดำเนินการ
ค่ายลูกเสือชั่วคราวทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง (ฝ่ายปกครองแดน 1) 33/2 ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2591-0555 โทรสาร 0-2591-3940
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
- ผู้ต้องขังได้รับการพัฒนาพฤตินิสัย ให้กลับตนเป็นพลเมืองดี มีคุณค่าของสังคม
- ผู้ต้องขังได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพ ให้มีความพร้อมในการดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข
- ผู้ต้องขังมีขวัญและกำลังใจในการประพฤติตนให้เป็นพลเมืองดี มีคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ
- ผู้ต้องขังมีระเบียบวินัยและรู้จักหน้าที่ความรับผิดชอบของตน ส่งผลให้ทัณฑสถานฯ สามารถควบคุม ดูแลผู้ต้องขังได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เป็นการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกในการเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไข พัฒนาพฤตินิสัยให้แก่ผู้ต้องขัง
- เป็นการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่กิจการลูกเสือวิสามัญให้กว้างขวางยิ่งขึ้น