ศิลปะเป็นสิ่งที่มีอยู่ในตัวมนุษย์ทุกคนอยู่แล้วโดยไม่มีสิ่งใดมาขวางกั้น มนุษย์แม้นเลือกเกิดได้ ทุกคนคงอยากเกิดมาอย่างพร้อมพรั่ง เงินทอง สมบูรณ์ด้วยพยาธิสภาพ หากแต่ธรรมชาติ สร้างมาให้มนุษย์มีความแตกต่าง ดังนั้นสังคมใด รู้จักนำความแตกต่างเหล่านั้น มาสร้างสรรค์ส่งเสริมพัฒนา ย่อมจะเกิดประโยชน์นานัปการทางตรงข้าม หากสังคมใดละเลย หรือไม่ตระหนักถึงแก่นสาระสำคัญเหล่านั้น ย่อมนำไปสู่นัยแห่งปัญหาของสังคม ธรรมชาติของมนุษย์ที่เกิดมา ภายใต้เงื่อนไขสังคมแห่งการ “แข่งขัน” ย่อมถูกจัดแบ่งประเภท ระดับชั้นที่ถือเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับผู้ชนะ ซึ่งมีเพียงจำนวนน้อยไม่กี่คน แต่เป็นเรื่องไม่ธรรมดา สำหรับผู้แพ้ซึ่งเป็นชนกลุ่มใหญ่ในสังคม โครงการ “Art for All“เป็นการพัฒนาความคิดสร้างสรรควบคู่คุณธรรม ผู้ต้องขังได้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันอย่างเอื้ออาทร โดยการกระตุ้นสมองซีกความคิดสร้างสรรค์ เพื่อเริ่มให้ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างอิสรเสรี ด้วยรูปแบบที่หลากหลาย เปลี่ยนแปลงไปตามฐานกิจกรรมต่างๆ ทำให้ผู้ต้องขังเรียนรู้อย่างมีความสุข ความเพลิดเพลินในการได้สร้างสรรค์ผลงาน ท่ามกลางธรรมชาติบรรยากาศที่มีสภาพแวดล้อมที่สวยงาม สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดึงศักยภาพของผู้ต้องขังเหล่านี้ ให้ปรากฎอย่างเด่นชัด จนเกิดเป็นศิลปกรรมที่ทรงคุณค่า ซึ่งนับเป็นผลแห่งพลังความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ ที่แสดงออกในรูปลักษณ์ต่าง ๆ ให้ปรากฏความงาม ความประทับใจหรือสะเทือนอารมณ์ การที่ผู้ต้องขังสร้างงานศิลปะออกมาได้อย่างดีนั้น เป็นดัชนีบ่งชี้ให้เห็นถึงศักยภาพเป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังใช้ศิลปะ เป็นเครื่องบำบัดทางจิต บรรเทาความเครียดทางใจ ให้เกิดความเพลิดเพลินและนำไปสู่การเกิดสมาธิในที่สุด